ชีวิตสงบเย็น กับ ชีวิตที่เป็นประโยชน์

ชีวิตสงบเย็น กับ ชีวิตที่เป็นประโยชน์

https://www.thairath.co.th/news/politic/2109955

ชีวิตที่สงบเย็น เป็นประโยชน์

8 มิ.ย. 2564 05:01 น.

เปิด “หมอชาวบ้าน” ฉบับ มิ.ย.64 ถึงคอลัมน์ บอกเล่าเก้าสิบ ของ นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ เรื่องชีวิตที่มีความหมาย ชีวิตที่สงบเย็น เป็นประโยชน์ กระทบใจโครมใหญ่ ชีวิตที่ต้องอยู่กับบ้าน ยามนี้ จะมีประโยชน์ตรงไหน จึงต้องอ่านต่อไปจนจบ

หมอเริ่มต้นว่า ชีวิตที่สงบเย็นกับชีวิตที่เป็นประโยชน์สองอย่างนี้มักจะไม่ไปด้วยกัน

ทั้งนี้ เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติ ที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย อันประกอบด้วย “ประสาทเร่ง” กับ “ประสาทพัก” ซึ่งทำหน้าที่ในลักษณะตรงกันข้าม

ประสาทเร่ง เป็นระบบประสาทอัตโนมัติ ที่กระตุ้นให้ร่างกายทุกส่วนตื่นตัว นำพลังงานมาใช้ในการเผชิญ และจัดการกับสถานการณ์ต่างๆรอบตัว ทั้งเรื่องงาน และการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน

หากประสาทเร่งทำงานมากเกิน ก็จะทำให้ร่างกายและจิตใจมีความเครียด ถ้าเครียดมากเครียดนาน ก็อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วย เช่นโรคกระเพาะ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอนไม่หลับ เป็นต้น

ประสาทเร่ง เปรียบเหมือนระบบคันเร่งของรถยนต์ ซึ่งเร่งมากๆ ก็จะทำให้เครื่องร้อน รถวิ่งเร็วจี๋ถึงอาจเสียการทรงตัว หรือเกิดอุบัติเหตุได้

ประสาทพัก เป็นระบบประสาทอัตโนมัติ ที่ทำหน้าที่ให้ร่างกายทุกส่วนได้พัก ผลิตพลังงาน และเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป เปรียบเหมือนระบบเบรกของรถยนต์

ประสาททั้งสองทำงานในลักษณะตรงกันข้ามนี้ ก็เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลกัน ทำให้ร่างกายมีความปกติสุข

เปรียบเหมือนการขับรถยนต์จำเป็นต้องรู้จักจังหวะในการเร่ง และการเบรกอย่างเหมาะเจาะสมดุล รถจึงจะไม่หยุดชะงัก และเครื่องยนต์ก็ไม่ร้อนเกิน สามารถวิ่งไปได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย

(เขียนถึงตรงนี้ หมอมีภาพตาชั่ง ด้านหนึ่งประสาทเร่ง ต่อสู้กับความเครียด อีกด้าน ประสาทพัก พักผ่อนให้สบาย ให้ดูประกอบความเข้าใจ ว่าควรให้ความยุติธรรม กับระบบประสาทของตัวเอง อย่างไร)

ผู้ที่ทำงานเก่ง เป็นประโยชน์ มักจะแลกด้วยความเครียด จิตที่รุ่มร้อน เพราะประสาทเร่งทำงานมากเกิน จนข่มประสาทพัก

ดังตัวอย่างที่คนทำงานเก่ง มักจะหงุดหงิดงุ่นง่าน ขี้โมโห หัวร้อน เกรี้ยวกราดง่าย มีความเครียดทั้งกายใจ

ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีชีวิตที่สงบเย็น มักชอบอยู่แบบปลีกวิเวก มีความสุขอยู่กับตัวเอง มากกว่าขยันทำงาน เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่

คนกลุ่มนี้มีประสาทพัก ทำงานข่มประสาทเร่งสมองส่วนหน้าที่แข็งแรง จะทำหน้าที่ควบคุมกำกับให้ประสาทเร่งกับประสาทพัก ทำงานอย่างเหมาะเจาะ สมดุล

ผู้ที่ใส่ใจฝึกฝนพัฒนาสมองส่วนหน้าเป็นประจำ ด้วยการบริหารกาย บริหารจิตและอารมณ์ บริหารปัญญา

ย่อมจะทำให้ประสาทเร่งกับประสาทพักทำงานสมดุลกัน มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ บวกกับมีชีวิตที่สงบเย็น ท่ามกลางความวุ่นวายในสังคม กลายเป็นผู้ที่มีชีวิตที่มีความหมาย

 

หมอทิ้งท้ายข้อเขียนนี้ว่า หากปรารถนาจะมีชีวิตที่มีความหมาย จงหมั่นพัฒนาสมองส่วนหน้าหรือสมองมนุษย์เป็นประจำกันเถิด

ผมตัดทอน ข้อที่หมอแนะนำ บริหารกาย บริหารจิตและอารมณ์ บริหารปัญญาอย่างไร ออกไป เพราะพื้นที่ไม่พอ อยากรู้ว่า อารมณ์ ปัญญา บริหารยังไง? แนะนำให้ท่านไปหา “หมอชาวบ้าน” อ่านต่อกันเอง.

กิเลน ประลองเชิง

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

5 ความเห็น

 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2110461

ขายสมบัติ "เจ้าคุณปู่"?

8 มิ.ย. 2564 05:05 น.

คึกคักตามยุทธศาสตร์คิกออฟ “วาระแห่งชาติ” กับฉากโหมโรง เปิดจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศไทย โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นำทีมหางเครื่องชุดใหญ่ เดินสายตรวจจุดบริการฉีดวัคซีน ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ณ สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ

พร้อมสั่งการผ่านระบบ Video Conference ไปยังจุดฉีดวัคซีนต่างจังหวัดทั่วประเทศ

ผลเชิงจิตวิทยา ภาพข่าวการปูพรมฉีดวัคซีน “วาระแห่งชาติ” กระตุกตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดดีดขึ้นกว่า 10 จุดทันที ขานรับข่าวดีคนไทยฉีดวัคซีนในวงกว้างมากขึ้น

สะท้อนวัคซีนคือความหวังเดียวในการฟื้นจากไข้โควิด

และวันเดียวกันเลยกับที่ประเทศไทยกดปุ่มสตาร์ตวาระแห่งชาติ “วัคซีนเข็มแรก” ทั่วประเทศ อีกด้านสำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว แจ้งให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว ให้มาฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 สำหรับผู้ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มเข็มแรก ครบ 3-4 สัปดาห์ และผู้ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรก ครบ 8-12 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิถุยายน เป็นต้นไป

สปป.ลาว ก้าวไวกว่าประเทศไทย ได้ฉีดวัคซีนเข็ม 2 แล้ว

ตามแนวโน้มสถานการณ์ วัคซีน “เข็ม 2” ของประชาชนคนไทยยังต้องลุ้นกันแบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ตามอารมณ์แบบที่นายอนุทินขึ้นเสียงเขียว ตอบคำถามสื่อมวลชน เมื่อโดนนักข่าวไล่เค้นคอให้ยืนยันว่าในเดือนมิถุนายนจะมีวัคซีน 6 ล้านโดสฉีดให้ประชาชนตามที่ประกาศไว้

ฟังกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องไปฟังโรงพยาบาล

ใครนัดได้วันไหน ก็มีวัคซีนฉีดวันนั้น การันตีไม่มี “โรคเลื่อน” แบบที่สังคมสับสน เพราะหลายโรงพยาบาลบอกเลื่อนนัดฉีดวัคซีนวันที่ 8 มิถุนายนออกไป เพราะได้รับวัคซีนไม่กี่พันโดส

“เสี่ยหนู” กลับมาเสียงแข็ง มั่นใจ ซึ่งนั่นก็น่าจะโยงกับการที่เจ้าตัวเพิ่งประกาศดีลสำคัญ ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2564 องค์การเภสัชกรรมจะนำเข้าวัคซีนซิโนแวคเพิ่มจำนวน 11 ล้านโดส โดยทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 2.5–3 ล้านโดส

“ซิโนแวค” เป็นม้าขาว แทน “ม้าเต็ง” แอสตราเซเนกา

ตามข่าววงใน ไม่ใช่แค่ 11 ล้านโดส แต่มีถึง 21 ล้านโดส ตัวเลขที่นักการเมืองใหญ่ อดีตรัฐมนตรีซึ่งสนิทกับรัฐบาลและเอกชนจีนไปดีลกับบริษัทซิโนแวค นำเสนอขายให้รัฐบาลไทย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563

แต่ติดด่าน “ค่าผ่านทาง” เอาเข้ามาไม่ได้

แล้วก็เป็น พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต่อสายด่วนจากสนามกอล์ฟ ไปหาประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ของจีน ขอไฟเขียววัคซีนซิโนแวค 1 ล้านโดส มา “กู้หน้า” จาก “ม้าเต็ง” แอสตราเซเนกามาช้า ไม่ทันกำหนด

โดยมีเอกชนยักษ์ใหญ่จ่ายเงินสดซื้อให้ก่อน เพราะรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายจ่ายเงินก่อนได้ของ แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงฝ่ายค้านในสภา ประเด็นรัฐบาลไม่จองโคแวกซ์ โครงการกระจายวัคซีนโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลกสำหรับประเทศยากจน

ด้วยเหตุผลเพราะต้องจ่ายเงินล่วงหน้า เลือกยี่ห้อไม่ได้

 

และก็เหมือนผีผลัก จังหวะนายกฯไทยพูดไม่ทันขาดคำ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา ก็เปิดแผนแบ่งปันวัคซีนลอตแรกๆจากทั้งหมด 80 ล้านโดสที่จะแจกจ่ายไปทั่วโลกก่อนเดือนกรกฎาคม โดยในนั้น 75 เปอร์เซ็นต์จะเป็นการป้อนสู่โครงการโคแวกซ์

โดยมีประเทศไทยอยู่ในบัญชีได้อานิสงส์วัคซีนบริจาคจิ๊บๆ

ประชาชนคนไทยดีใจได้วัคซีนฟรี แต่ผู้นำรัฐบาลใจแป้ว เพราะมันตอกย้ำการตัดสินใจผิดพลาด ผลจากการแทงม้าเต็งผิดตัวซ้ำอีก ไม่ยอมเข้าร่วมโคแวกซ์เพราะแค่ไม่ยอมจ่ายเงินล่วงหน้า

แต่ทีงบประมาณจ่ายซื้ออาวุธจัดหนักกันแบบไม่มีอั้น

ผลจากพลาดแทง “ม้าเต็ง” ต้องเปลี่ยนพึ่ง “ม้าแทน” ท่ามกลางความคลางแคลงใจของสังคม ไม่เข้าใจรัฐบาลทหารเฒ่าทุ่มให้ความมั่นคงของกองทัพ สำคัญกว่าชีวิตประชาชนคนไทย

ที่แน่ๆเดิมพันวัคซีน ไม่ใช่แค่คึกคักแค่วันคิกออฟ ยังต้องลุ้นกันวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ตามเดดไลน์ที่ผู้นำประกาศ สิ้นปีต้องฉีดให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ของพลเมือง 65 ล้านคน

ขณะที่โจทย์ใหญ่การฟื้นเศรษฐกิจ กู้จนติดทะลุเพดาน

ล่าสุดแว่วๆข้อเสนอจากวงประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักภาพสู่ประเทศไทย

จูงใจมหาเศรษฐีต่างด้าวซื้อที่ดินในเมืองไทย ให้สิทธิถือครองยาวต่อทอดถึงลูกหลาน

สถานการณ์ถึงจุด ต้องขายสมบัติเจ้าคุณปู่กินกันแล้ว

แนวโน้มมหาเศรษฐีรอช้อนกำไรจากราคาที่ดิน แต่ในมุมของคนรากหญ้าไปถึงชนชั้นกลาง อนาคตลูกหลานไทยจะไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง เพราะโดนทุนต่างชาติฮุบที่ดินไว้หมด

เหมือนทุเรียนที่โดนคนจีนแย่งเหมาซื้อ คนไทยจนๆไม่มีโอกาสกินเพราะแพง เทียบกันง่ายๆแนวคิดขายที่ดินเจ้าคุณปู่ให้ต่างชาติครองเมือง ส่อเจอแรงต้าน เผลอๆจะเป็นชนวนไฟโหมซ้ำรัฐบาล

ขบวนการเด็กรุ่นใหม่ดาหน้าขวางลำแน่.

ทีมข่าวการเมือง

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://bangkok-today.com/%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%...

สงครามเขาจบ.. “พล.อ.ประยุทธ์” เพิ่งลุกขึ้นมารบ ล้าหลังจัง

 

 

 สงครามเขาจบ.. “พล.อ.ประยุทธ์” เพิ่งลุกขึ้นมารบ ล้าหลังจัง

 

“สมองเฉิ่ม”

 

ทุกชาติเขา “เปิดประเทศ” นำความปกติสุข กลับมาสู่ประชาชนกันแล้ว-จนเหมือนเดิม

 

แต่วันที่ “๗ มิถุนายน ๒๕๖๔” ตื่นจากหลับมาจากไหน ก็ไม่ทราบ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ” ประกาศลั่น วันนี้ (๗ มิถุนายน) ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้  “ไทยเริ่มโต้กลับ สงครามไวรัสโควิด”

 

พื้นที่ ที่เกิดการระบาดในโลก เขา “ชนะสงครามโควิด” กันไปเรียบร้อยแล้ว..มีแต่เราที่อยู่หลังเขา เป็นพวกเต่าล้านปีอยู่หรือไร เพิ่งจะลุกมาทำ “สงครามไวรัสโควิด” ทุกชาติเขาชนะได้ชัย กันไปแล้วทุกจุด

 

“พล.อ.ประยุทธ์” เพิ่งมาเปิดสงคราม..เป็นผู้นำที่อืดอาดยืดยาด-เป็นที่สุด

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“ระบอบประยุทธ์ หยุดชาติให้นิ่ง”

 

ทำงานไร้ประสิทธิภาพ-ของจริง

 

ออกมาทำพีอาร์ เสนอหน้า ว่ามีวัคซีน ๒ ตัว พร้อมให้ฉีด..แต่ที่ต่างจังหวัด เขามาเข้าแถวฉีดตอนบ่าย กลับต้องหน้าม่อย หน้าสลดกันเป็นแถว เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่า “วัคซีนหมดแล้ว”

 

แทนที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ-รมว.สาธารณสุข จะมาทำอีเว้นท์ ดีใจเนื้อเต้นมีวัคซีนส่วนหนึ่งมาให้ประชาชนฉีดกัน เอาเวลามีค่า ไปหาวัคซีนมาเพิ่ม ดีกว่า

 

ออกมาหาคะแนน..น่าได้ความโกรธแค้นกลับไป-สิเธอจ๋า

 

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“ขอโทษต้องมีใจที่ยึดมั่น”

 

ลีลาขอโทษ อย่างเสียไม่ดาย ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ว่า “อย่างนั้นผมขอโทษก็แล้วกัน”

 

เมื่อยังไม่รู้สึก จิตสำนึกยังไม่เข้าใจ ถึงความผิดพลาดันมหันต์ ที่ยังหา “วัคซีน” เป็นภูมิคุ้มกันป้องกันชีวิตคนไทย ยังไม่ได้ตามที่โปรประกันด้า พร่ำเอ่ยปากเอาไว้..

 

“วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” ยังเป็น “วัคซีนทิพย์” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” หยิบขึ้นมากล่าวว่าจะหาเพิ่มมาอีก ๒๕ ล้านโดส..ซึ่งประเทศต่างๆ เขาใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ของเรายังเป็นแค่คำพูด

 

เย็บปากให้เงียบ..หาวัคซีนให้เรียบร้อยสักครั้งเถิด “พล.อ.ประยุทธ์”

 

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“ของแพง แย่งซื้อจัง”

 

“ซิโนแวค” ที่ “ระบอบประยุทธ์” สั่งเข้ามาฉีดให้กับคนไทย สั่งเพิ่มอีก ๘ ล้านโดส..ควรหยุดซื้อกันเสียมั่ง

 

ต้นทุนราคา “ซิโนแวค” อยู่ที่โดสละ ๖๒๕ บาท ขณะที่ “แอสตร้าเซเนก้า” ที่คนทั่วโลกฉีดกันมากที่สุด เป็นอันดับนั้น ราคาแค่ “๒๐๓ บาท” ต่อโดส

 

หักลบคูณหาร ซื้อแอสตร้าเนก้า จะมีเงินเหลือถึง “๔๒๒ บาท”..ยอดเงินจำนวนนี้ นำไปเยียวยา “ประชาชน-ร้านค้า-โรงแรม” เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ดี จนทุกอย่างฟื้นกลับ

 

เงินของชาติ..คืนให้ประชาชนทุกบาท ทำไม่เป็น-หรือขอรับ

 

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“มาตรงเวลาตามที่สั่ง”

 

ทุกอย่างเป็นไปตาม “ไทม์ไลน์” ไม่เคยตกขบวน -ซักครั้ง

 

การสั่งซื้ออาวุธ แสนยานุภาพ มาเติมของใหม่ให้เป็นของเก่า..การลำเลียงอาวุธ จาก จีน-สหรัฐ-รัสเซีย มาตามกรอบเวลาอย่างมั่นแม่น

 

ขณะที่ “วัคซีน” เป็นปัจจัยหลักของประชาชน ดูเหมือนว่า “วัคซีน” จะมาไม่ตามเป้า จนต่างจังหวัดที่มารอคิว ไม่ได้ฉีดวัคซีน ต้องกลับบ้านไป ด้วยใจละเห่ย

 

วัคซีนถ้าเป็นอาวุธ..การลำเลียงคงไม่สะดุด เกิดผลเสีย

 

“กะพรุนไฟ”

 

๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔

 

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0