สถานทูตสหรัฐ เปิดเอกสารข้อเท็จจริง สนับสนุนไทยสู้โควิด เผยยื่นมือช่วยแล้ว 930 ล้านบาท

สถานทูตสหรัฐ เปิดเอกสารข้อเท็จจริง สนับสนุนไทยสู้โควิด เผยยื่นมือช่วยแล้ว 930 ล้านบาท

https://www.matichon.co.th/foreign/news_2760594

 

สถานทูตสหรัฐ เปิดเอกสารข้อเท็จจริง สนับสนุนไทยสู้โควิด เผยยื่นมือช่วยแล้ว 930 ล้านบาท
 

สถานทูตสหรัฐ เปิดเอกสารข้อเท็จจริง ช่วยไทยสู้โควิด เผยบริจาครวมแล้ว 930 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา จากกรณีที่เว็บไซต์ทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแผนกลยุทธ์การแบ่งปันวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาคมโลก โดยจะมีการแบ่งปันวัคซีนจำนวน 25 ล้านโดสแรกไปทั่วโลก ผ่านโครงการ COVAX โดยเอกสารดังกล่าวพบว่า มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่จะได้รับการแบ่งปันวัคซีนด้วย แม้ไทยจะไม่ได้เข้าร่วมโครงการ COVAX ก็ตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานทูตสหรัฐฯ ได้เปิด เอกสารข้อเท็จจริง สหรัฐฯ สนับสนุนไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ระบุว่า

รัฐบาลสหรัฐ ประกาศกรอบความร่วมมือเพื่อแบ่งปันวัคซีนจำนวน 80 ล้านโดสทั่วโลกภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ในแผนการส่งมอบวัคซีน 25 ล้านโดสแรก จะมีวัคซีนจำนวน 7 ล้านโดสที่มอบให้กับประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือมูลค่า 4,000 ล้านเหรียญที่สหรัฐ ได้ประกาศว่าจะมอบให้กับโครงการ COVAX

รัฐบาลสหรัฐมอบความช่วยเหลือให้ไทยเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 รวมมูลค่า 30 ล้านเหรียญ (หรือราว 930 ล้านบาท) โดยในจำนวนนี้เป็นการบริจาคเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากอนามัย แว่นตานิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันรวมมูลค่า 17.5 ล้านเหรียญให้กับแพทย์และพยาบาลไทย รวมทั้งความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในค่ายตามแนวชายแดน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐ (U.S.CDC) ได้มอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมมูลค่า 13 ล้านเหรียญ โดยทำงานเคียงบ่าเคียงไหลกับกระทรวงสาธารณสุขของไทย

อุปทูต ไมเคิล ฮีธ เป็นตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯ บริจาคเครื่องวัดออกซิเจน และอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับมูลนิธิดวงประทีป โดยครูประทีป อึ้งทรงธรรมฮาตะ แจกจ่ายให้ชาวคลองเตยส่งเสริมการตอบโต้โรคโควิด-19 ของไทยในทุกระดับ

การตรวจหาการติดเชื้อ : องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ตลอดจน U.S. CDC และกองทัพสหรัฐได้ช่วยเหลือรัฐบาลไทยในการเสริมสร้างศักยภาพการตรวจวินิจฉัย โดย USAID ช่วยไทยยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกที่เดินทางมาจากต่างประเทศเมื่อเดือนมกราคม 2563

 

การเฝ้าระวังชายแดน : U.S. CDC พัฒนาศักยภาพโครงการเฝ้าระวังในค่ายอพยพ 9 แห่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในตัวอย่างส่งตรวจไปแล้วกว่า 1,500 ตัวอย่าง และตรวจพบการระบาด 3 แห่ง ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในค่ายตระหนักถึงสถานการณ์การระบาดได้โดยเร็วและป้องกันการแพร่กระจายของโรคในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง

การรักษา : USAID สนับสนุนการให้คำปรึกษาทางออนไลน์และมอบเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อช่วยให้กลุ่มประชากรหลักที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองและเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยรวมไปถึงกลุ่มผู้อพยพ

การพัฒนาวัคซีนและยา : นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหารของสหรัฐกำลังร่วมมือกับภาคีชาวไทยศึกษาวิจัยวัคซีนในประเทศ เพื่อเร่งรัดความพยายามในการปกป้องคนไทยในอนาคต

การบริจาคชุด PPE : รัฐบาลสหรัฐได้บริจาคเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากช่วยหายใจ หน้ากากอนามัย แว่นตานิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันรวมมูลค่า 17.5 ล้านเหรียญให้กับแพทย์และพยาบาลไทย รวมทั้งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในค่ายตามแนวชายแดน

โครงการให้ความรู้กับผู้อพยพ : U.S. CDC และ USAID ดำเนินกิจกรรมกับชุมชนผู้อพยพ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการรักษาความสะอาดเพื่อยุติหรือลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 แก่ผู้อพยพและประชากรกลุ่มเปราะบางจำนวนกว่า 117,601 คน

การช่วยเหลือผู้กักตัว : USAID ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ต้องกักตัวอยู่ใน 69 จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยได้รับการแจกจ่ายชุดยังชีพ 188,203 ชุด พร้อมทั้งน้ำดื่ม (มูลค่าเกือบ 4 ล้านเหรียญ) ได้โดยตรงและรวดเร็ว

การวิจัย : ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐในประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยศึกษาวิจัยโครงการการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อประเมินความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตนในการฉีดวัคซีนในกลุ่มประชากรหลัก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

2 ความเห็น

 
markpakma

ไม่เห็นมันพูดเลย...
ถ้าคนบริจาคเขาไม่บอกก็ไม่มีคนไทยคนไหนได้มีโอกาสรู้
... คนแบบนี้เรียกว่าจังอะไรดี

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่ทำเงียบเลย

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0