เว่อร์ไป

เว่อร์ไป

พรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่มโหฬาร สมกับเป็นพรรคการเมือง เพื่อรองรับการสืบทอด อำนาจ คสช.

ล่าสุดกลุ่มสามมิตร (สมคิด-สมศักดิ์-สุริยะ) นำขบวนอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี

มาโชว์พลังดูดเอาฤกษ์เอาชัยกว่าสามสิบคน

ยังไม่รวมอดีต ส.ส.อดีตรัฐมนตรี ที่ถูกดูดเข้ามาก่อนหน้านี้อีกหลายสิบคน

เรียกว่าดูดมาเยอะจนไม่มีที่นั่งที่ยืน

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินคร่าวๆ พรรคพลังประชารัฐที่มี ดร.อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค มี อดีต ส.ส.อยู่ในกำมือแล้วไม่ตํ่ากว่า 90 คน

แยกเป็น อดีต ส.ส. เกรดเอมีโอกาสชนะเลือกตั้งชัวร์ 40 คน

มีอดีต ส.ส.เกรดบีที่มีลุ้นจะชนะเลือกตั้งอีก 50 คน

มีอดีต ส.ส.เกรดซี อดีตนักการเมืองท้องถิ่น อดีตหัวคะแนนนักการเมืองติดหัวดูดพลังเทอร์โบเข้ามาอีกร้อยกว่าคน

สรุปว่าแม้พรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรคใหม่เปิดซิง แต่ลูกพรรคส่วนใหญ่ล้วนหน้าเก่าเขี้ยวลากยาวมาจากหลายพรรคการเมือง

เป็นศูนย์รวมเสือสิงห์กระทิงแรดครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

แน่นอน การมีอดีต ส.ส. อดีต รมต. แห่ไปเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐชุดใหญ่พร้อมกันหลายสิบคน ทำให้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคเกิดความตื่นเต้นหัวใจพองโต

นายสนธิรัตน์ถึงขนาดประกาศว่าพรรคพลังประชารัฐจะกวาดที่นั่ง ส.ส.ในสภาฯไม่น้อยกว่า 350 คน

โอ้แม่เจ้า...มั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือท่านรัฐมนตรี??

“แม่ลูกจันทร์” เห็นใจ นายสนธิรัตน์ เลขาธิการพรรค ซึ่งไม่เคยผ่านศึกเลือกตั้ง ไม่เคยมีประสบการณ์ตั้งพรรคการเมือง

เมื่อเห็นกลุ่มสามมิตร ขนอดีต ส.ส. อดีต รมต.มาเข้าพรรคเป็นขบวนผ้าป่าสามัคคี เลยหลุดปากคุยฟุ้งจะกวาดที่นั่ง ส.ส. 350 คน

จาก ส.ส.ทั้งสภา 500 คน

นายสนธิรัตน์ ไม่ควรมองข้ามความจริงว่ากติกาเลือกตั้ง ส.ส.แบบใหม่... ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว

ดังนั้น โอกาสที่พรรคการเมืองใดจะกวาดที่นั่งในสภาฯได้ถึง 350 คน จึงเป็นไปไม่ได้เลย

แต่...แต่ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง พรรคพลังประชารัฐ อุ้ม ส.ส.เข้าสภาได้ถึง 350 คน

พรรคพลังประชารัฐจะกลายเป็นพรรคเสียงข้างมากในสภาฯ

สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ทันที!

และ พล.อ.ประยุทธ์ จะสะง่อมเก้าอี้นายกรัฐมนตรีรอบ 2 โดยไม่ต้องใช้บริการ ส.ว.ลากตั้ง 250 คน ให้ชาวโลกติฉินนินทา

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าถ้ายึดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ล่าสุด 50 ล้านคน เป็นฐานคำนวณ

ถ้ามีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 35 ล้านคน

ส.ส. 1 คน จะต้องได้คะแนนเลือกตั้ง 70,000 คะแนน

และถ้าจะกวาด ส.ส.เข้าสภาฯได้ถึง 350 คน จะต้องมีประชาชนเทคะแนนเลือกพรรคพลังประชารัฐถึง 24.5 ล้านคน จากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 35 ล้านคน

“แม่ลูกจันทร์” จึงไม่เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะกวาด ส.ส.ได้ถึง 350 คน (แม้จะได้เปรียบพรรคอื่นๆทุกประตู)

แต่ในฐานะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรี

ถ้าพรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.น้อยกว่า 1 ใน 4 ของที่นั่ง ส.ส.ในสภา

หรือน้อยกว่า 125 คน จาก ส.ส.ทั้งหมด 500 คน

พรรคพลังประชารัฐเสียรังวัดนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

*********************

*************************************

*********************************************************

พระลอยน้ำ ส.ส.คะแนนตกน้ำ
พระลอยน้ำ ส.ส.คะแนนตกน้ำ

https://www.thairath.co.th/content/1424291

หลังจีนใช้หุ่นยนต์ เป็นผู้ประกาศทีวี ความกลัวหุ่นยนต์มาแทนที่ ก็เริ่มมีกระบวนการตั้งคำถาม เอาเข้าจริงๆ หุ่นยนต์จะแทนมนุษย์ได้สักแค่ไหน

มีการทดลองให้หุ่นยนต์กำลังทำงานตามโปรแกรม...คนก็แกล้งชนหุ่นยนต์ล้มบ้าง แกล้งดึงสิ่งของที่หุ่นยนต์กำลังก้มเก็บบ้าง ภาพหุ่นยนต์ล้มคว่ำคะมำหงาย เก้ๆกังๆ หลายคน “สงสาร” แต่บางคนก็เฉยๆ

“มันก็เป็นแค่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง” ข้อคิดจากผู้รู้ หุ่นยนต์คิดอะไรไม่เป็น คนเอาตัวเองเข้าไปคิดแทน

ประเด็นหุ่นยนต์สงสารตัวเองไม่เป็น ทำเป็นแต่ตามโปรแกรม เป็นเรื่องที่พอเข้าใจ

แต่ประเด็นของคนที่คิดแบบคน และมีความเชื่อแบบคน ทำให้ผมได้คิดไปไกล ความเชื่อของคนมีพลานุภาพมหาศาล บันดาลให้เกิดอะไรได้มากมาย

ความเชื่อทำให้คนรักกัน ทำให้คนชังกัน ก่อเหตุวิวาทขัดแย้ง ก่อสงครามฆ่าฟันกันล้มตายไปแล้วนับไม่ถ้วน

พอจำข่าว หลวงพ่อพระอีบางกันได้บ้างหรือไม่

ราว 30 ปีที่แล้ว พระปูนปั้นปางยืน ท่านก็อยู่ของท่านบนยอดเขาแถวนครสวรรค์ แต่สองปีที่ผ่านไปฝนแล้งต่อเนื่อง ชาวบ้านเชื่อกันว่า หลวงพ่อเป็นต้นเหตุ ชักชวนกันไป อุ้มท่านไปทิ้งเสียให้ไกล นอกเขตจังหวัด

คนในเขตจังหวัดนั้นๆ ก็เชื่อเหมือนกัน ก็ชักชวนกันอุ้มท่านไปทิ้งต่อ จากพิษณุโลก ไปพิจิตร ไปสุโขทัย

ตอนที่ปลัดชัยชนะ ตามไปนิมนต์ท่านขึ้นรถสองแถว กลับมาตั้งใจจะหาวัดให้ท่านอยู่ แวะวัดในชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี...

หลวงพ่อหลวงพี่ท่านก็กลัวเหมือนกัน ไม่มีวัดใดรับท่านไว้เลย

ปลัดชัยชนะเป็นนักข่าว นิมนต์ท่านมาถึงไทยรัฐ โชคดี หลวงพ่อวัดเอี่ยมวรนุช แถวบางขุนพรหม รับท่านไว้ที่หน้าโบสถ์ คนแถวนั้น

ช่วยกันซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด ปิดทองจนสวยงาม แล้วพากันไปกราบไหว้

บูชาด้วยเงินวันเดียวเต็มตู้ เงินเป็นแสน

ราวสองอาทิตย์ต่อมา ก็เกิดพายุฝนใหญ่ ฝนตกหนัก ระดับที่พลตรี จำลอง ศรีเมือง ผู้เคยได้สมญา “มหาแห้งเร็ว” เพราะระบายน้ำท่วมได้ดี หลุดปากวลี “ฝนพันปี” เป็นที่ฮือฮา

ชาวกรุงไม่คิดว่าหลวงพ่อพระอีบางเป็นต้นเหตุน้ำท่วม

หลวงพ่อจึงอยู่ที่วัดเอี่ยมวรนุชเรื่อยมา

ริมถนนสามเสนเหมือนกัน เหนือวัดเอี่ยมวรนุชมาถึงหน้าโรงพักสามเสน ผมอ่านหนังสือย่านเก่าในกรุงเทพ เล่ม 2 วารสารเมืองโบราณฉบับพิเศษ พ.ศ.2549 เพิ่งรู้ว่า มีอีกหลวงพ่อ

ต้นรัตนโกสินทร์ สุนทรภู่แต่งกลอนว่า มีพระลอยน้ำมา คนสามแสนคนช่วยกันฉุดขึ้นฝั่ง แต่เอาท่านไม่อยู่

หลวงพ่อเป็นพระปางห้ามญาติ แกะจากต้นโพธิ์ ปราณี กล่ำส้ม ผู้เขียนเล่าว่า ปี 2506 ท่านลอยน้ำมาติดที่ท่าน้ำสามเสน ชาวบ้านนิมนต์ท่านไปไว้ในโรงพักสามเสน จึงเรียกท่านหลวงพ่อสามเสน

มีคนไปกราบไหว้บูชาทุกวัน โรงพักทำท่าจะเป็นวัด ตำรวจก็นิมนต์ท่านมาอยู่ในซุ้มหน้าโรงพัก สร้างรูปหล่อจำลองขนาดเล็กกว่า ไว้ให้ชาวบ้านปิดทองสนองศรัทธา

หน้าองค์หลวงพ่อ มีดอกไม้สีเหลืองที่มีคนนำไปบูชากองใหญ่ เป็นความเชื่อต่อๆกันมา หลวงพ่อสามเสนท่านชอบสีเหลือง วันใดมีคนเอาดอกไม้สีแดงมาบูชา ตำรวจเริ่มสังเกตว่า วันนั้นมักมีคดีร้ายแรงต่อเนื่อง

เกิดความเชื่อชุดใหม่ หลวงพ่อไม่ชอบสีแดง ตำรวจเห็นเป็นต้องเอาไปทิ้ง

สถานการณ์หลวงพ่อสามเสน หลวงพ่อพระอีบางเป็นเช่น หุ่นยนต์...

คนเผลอคิดแทนคนไปเอง

แต่เรื่องความเชื่อ ความชอบ พรรคการเมือง เมื่อเชื่อเมื่อชอบ เวลาเลือกตั้งก็ไปกาเบอร์ให้ คะแนนมากก็เป็น ส.ส.เขต คะแนนน้อยก็มีโอกาสเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

คะแนนแบบหลัง เรียกคะแนนตกน้ำ น่าจะมี ส.ส.ที่ลอยมากับคะแนนตกน้ำ เหมือนหลวงพ่อลอยน้ำ จำนวนไม่น้อย ผลแพ้ชนะครั้งนี้ เขาว่ากันว่าจะได้จาก ส.ส.ลอยน้ำนี่ล่ะครับ.

กิเลน ประลองเชิง

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    2

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

555

ขำขำ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    3