เห็นแล้วโมโห และไม่อยากคุยด้วย ?!

เห็นแล้วโมโห และไม่อยากคุยด้วย ?!

https://www.facebook.com/watch/?v=447684286304812

3 ฟันเฟืองเศรษฐกิจ สู่โหมตสร้างรายได้
เราอยู่กับการที่เศรษฐกิจหยุดชะงัก แล้วต้องเยียวยามานานเกินไป พอเศรษฐกิจทำท่าจะฟื้นขึ้นก็กลับมาเจอโควิดรอบ 3 โจทย์เวลานี้จึงต้องก้าวข้ามการเยียวยาเป็นหลัก มาเป็นการสร้างรายได้ สร้างโอกาสทำมาค้าขาย ให้การท่องเที่ยวกลับมามีชีวิต จนกระทั่งรัฐมีรายได้มากขึ้น พอที่จะมีแพ็กเกจขนาดใหญ่ในการฟื้นฟูหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ

ประเทศต่างๆที่เขาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็ว ในช่วงล็อกดาวน์หรือปิดกิจการจะใช้มาตรการเยียวยาอย่างเพียงพอ และพอเริ่มเปิดกิจการได้ก็กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบประมาณหรือรายจ่ายภาครัฐจำนวนมาก ที่เป็นแพ็กเกจขนาดใหญ่มาก ซึ่งเทียบกับประเทศไทยแล้ว เราใช้งบประมาณในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจเทียบเป็นสัดส่วนต่อ GDP น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ หลายเท่า

เมื่อมองไปที่ 5 แสนล้านที่กำลังจะกู้เพิ่ม ปรากฏว่าส่วนใหญ่ใช้เพื่อการเยียวยาเท่านั้น

ที่สำคัญตอนนี้เรายังมีข้อจำกัดด้านวินัยการเงินการคลัง เพราะรายได้ของประเทศต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ และวันข้างหน้าก็จะต่ำกว่าที่ประมาณการอีก ทำให้เราไม่สามารถใช้เงินมากๆ การกระตุ้นเศรษฐกิจจึงจะมีผลน้อยมาก…

ดังนั้นเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อเพิ่มรายได้?
.
 1. ส่งเสริมให้การส่งออกเติบโตมากขึ้นและต่อเนื่อง

ในระยะหลังนี้พบว่าการส่งออกเติบโตขึ้นเพราะว่าประเทศต่างๆเขากลับมาผลิตจึงต้องการสินค้าจากประเทศไทย ดังนั้นเราต้องหาตลาดใหม่ๆ และทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศให้มากขึ้น

รวมถึงดูว่าการผลิตเพื่อการส่งออกกำลังเจอกับปัญหาอุปสรรคอะไรหรือไม่? เช่น เรื่องแรงงานที่ขาดแคลน โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติที่ยังมีปัญหาในการจัดการ จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การส่งออกสามารถเติบโตต่อเนื่องไปได้
.
2. ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ในหลายปีมานี้การลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยน้อยมาก ถ้าเราจะฟื้นเศรษฐกิจในรอบนี้จำเป็นต้องดึงการลงทุนเข้ามาในประเทศให้มากขึ้นให้ได้ โดยการสร้างความน่าเชื่อถือในปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

●︎ ระบบกฎหมายและการแก้ปัญหาการคอรัปชั่นต้องทำอย่างจริงจัง
●︎ โครงสร้างพื้นฐานซึ่งเราหยุดชะงักมาในรอบ 5 - 7 ปีนี้ต้องรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ
●︎ พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ที่เป็นแรงงานที่มีอยู่แล้วและแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบ ซึ่งขณะนี้การพัฒนาทักษะต่างๆก็หยุดชะงักในระหว่างมีการแพร่ระบาดของโควิด
.
3. ฟื้นการลงทุนในประเทศ และภาคการท่องเที่ยวด้วยวัคซีน

ขณะนี้ผู้ประกอบการ SME ทั้งหลายสายป่านจะหมดแล้ว ทั้งลดการจ้างงานลง และกำลังจะต้องปิดกิจการกันไปมากกว่า 20,000แห่ง อย่างแรกแรกจึงต้องส่งเสริมให้พวกเขาอยู่ได้ยาวๆ อย่าให้ล้มกันไปมากๆ แต่การจะทำให้เกิดการลงทุนในประเทศ ทำมาค้าขาย หรือท่องเที่ยวเป็นปกติได้ หนีไม่พ้นเรื่องวัคซีน

จึงต้องจัดลำดับการกระจายวัคซีนใหม่ นอกจากบุคลากรทางสาธารณสุข, ผู้สูงอายุ, และผู้มีโรคประจำตัว ยังต้องรวมบุคลากรด้านหน้าในภาคบริการต่างๆไปด้วย เพื่อทำให้ธุรกิจหลายๆอย่างเปิดได้

ที่สำคัญต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการจัดหาและกระจายวัคซีน ไม่ใช่เวลายืดไปเป็นถึงสิ้นปีอย่างที่ทำกันอยู่ ต้องรีบระดมวัคซีนเข้ามาและฉีดให้ทั่วถึงรวดเร็วที่สุด ทำให้ธุรกิจต่างๆกลับมาได้ คนทำมาหากินกลับมาได้ เกิดการสร้างรายได้ไปพร้อมๆกันทั้งเศรษฐกิจ

……..

ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่โดยต้องเยียวยาที่จำเป็นและทำให้เกิดการสร้างรายได้ เพื่อรัฐสามารถสร้างแพ็กเกจขนาดใหญ่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะต้องอย่าลืมว่าเศรษฐกิจประเทศไทยก่อนโควิด เราเติบโตช้าที่สุดในอาเซียนอยู่แล้ว เมื่อมาเจอโควิดเราก็มีปัญหาทางเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่น

ถ้าเราพลาดในช่วงนี้อีก เศรษฐกิจไทยจะถดถอยหนักและกว่าจะฟื้นตัวจะใช้เวลายาวนานมาก


ดูน้อยลง
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

6 ความเห็น

 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://bangkok-today.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%ad%...

พิน็อคคีโอ..โกหกแต่เขาจับได้??

 พิน็อคคีโอ..โกหกแต่เขาจับได้??

“ตัวโกหก-โกหกเป็นไฟ”

สภาพที่เห็นกันคาตา รู้อยู่กับตัว รู้อยู่กับใจ มีแต่คน “ว่างงาน”  ไร้งานนี่แหละเป็น “ความจริง” ที่เห็น-กันได้

ดูเหมือนว่า เชื้อแห่งการโกหก ของ “พิน็อคคีโอ” ลามจากหัวลงมาสู่หาง ปิดบังความจริงทุกอย่าง ของ “นายและลูกน้อง” ผู้มีลิ้นสับปลับ

ใช้ความตอหลดตอแหล พูดเท็จอยู่ข้างเดียว ..คิดว่า “โกหกไว้ก่อน” เพื่อยื้อให้สถานการณ์ดีขึ้น ..แต่ที่เห็น มีแต่คนเป็น “หนุมานเตะฝุ่น” ตกงานกันระนาว

โรงงานปิด..มันคิดอย่างไร ว่ามีคนจ้างงาน –ยิ่งกว่าเก่า”

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ขุดมาประจาน”

 

สื่อดัง “นิวยอร์กไทมส์” ไทยควบคุม “โควิด” ไม่อยู่แล้ว-ในทุกสถานการณ์

นับเป็น หายนะครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่โควิดระบาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ..จากมีคนติดสะสมน้อย ๕ พันคน เดือน พย.ปีก่อน ..แต่เดี๋ยวนี้มีคนติดเชื้อวันเดียวถึง ๕,๘๐๐ คน รวมคนติดโควิดกว่า ๑.๗ แสนเข้าไปแล้ว

“นิวยอร์กไทมส์” ว่าไทยมีแต่ระบาดหนักยิ่งขึ้น ขณะที่ประเทศต่างๆ กลับคืนสภาพปกติกันมากยิ่งขึ้น..เพราะการ “ขาดแคลนวัคซีน”นี่เป็นความจริงที่ “ระบอบประยุทธ์” ไม่สามารถหลอกสื่อต่างชาติ ที่เป็นธรรม

ภาพรวมระบอบประยุทธ์..ล้มเหลวสุด ๆ พาทุกคน-ล้มคว่ำ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ใครมันลิ้นสองทาง”

สิ่งที่พูดมันไม่เป็นจริง สักอย่าง

“น้าหมู” พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ นักร้องเพื่อชีวิต ประสบกับตัวเองได้คิวฉีดวัคซีนอันดับ ๓ พัน..แต่วัคซีนที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯรมว.สาธารณสุข มาเพียง ๑.๘ พันโด๊สที่กระจายออกมา

“เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท”  มันมากมายเหลือที่จะเอ่ย.. “พล.อ.ประยุทธ์” เอาเงินกู้ไปทำอะไร.. “น้าหมู” สงสัยทำไมไม่ซื้อ “วัคซีน” มาฉีดให้คนไทยทั้งประเทศ เพื่อให้มีชีวิตเหมือนผู้เหมือนคน

ใช้หนี้กันร้อยชาติ..น่ามีเงินซื้อวัคซีนไม่ขาด-สิพ่อหน้ามล

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เอ่ยปากอย่าไปฟังทักษิณ”

อดีตนายกฯขวัญใจคนรากหญ้า “ทักษิณ ชินวัตร” ป้อนความรู้ ให้ทิศทางในการ-หากิน

ทุกคนเขาไม่เชื่อว่า “ทักษิณ ชินวัตร” โกง มือเขาสะอาด พิสูจน์ดมได้ ในสายตาประชาชน ผู้รักประชาธิปไตย

“ปฏิวัติรัฐประหาร” ถูกกากบาท ใช้อำนาจไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญ..ถ้าคิดว่า ล้มกระดานรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ชอบธรรม ก็อย่าชง “นิรโทษกรรม” ให้ตัวรอด

เขียนกฎหมายขึ้นมารับ..เพราะกลัวอำนาจรัฐธรรมนูญจะสับ-ให้ตัวเองจอด

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ซื้ออาวุธมาเป็นรั้ว”

ตรรกะแห่งการเห็นแก่ตัว

มีแสนยานุภาพอันเกรียงไกร สร้างให้ “๓ เหลาทัพ” เป็นราชสีห์ที่คำรามคับประเทศ..เสียงข่มขวัญอันน่ากลัว มีเอาไว้ใช้กับประชาชนมือเปล่าๆ ..

รู้ทั้งรู้เงินในคลัง สตางค์แผ่นดินเกลี้ยงกระเป๋า เอาเงินจากไหนมาได้ ต้องดูแลรากหญ้า และ คนชั้นกลางให้ลืมตาอ้าปาก เพื่อจะได้เงินกลับไปใน “รูปภาษี” หากเอาไปซื้ออาวุธ จะได้เหล็ก มาทำเป็นปะการังทิ้งทะเล

กองทัพใหญ่เหลือล้น..แต่ทว่าประชาชน -เหมือนถูกเท

“กะพรุนไฟ”

๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

น่าจะเดินจากลานคนเมืองไปทางถนนดินสดไปทาง รร. 69 เลยกองสลากไปก็มีซ่องอยู่แถวนั้นด้วยนะคุณอาจจะโมโหมากกว่านี้ก็ได้นะ
ทั้งนั่งแต่งหน้าแต่งตากันให้สะลอนเลยนะ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

I here Tu

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

*** ที่มาของรูปพระพุทธเจ้า รูปนี้

 

ประวัติมีอยู่ว่า 

เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2523 ได้มีฝรั่งชาวอังกฤษท่านหนึ่งชื่อ นายแพทย์เบอร์นาร์ด ได้มาเที่ยวที่ประเทศอินเดียและได้มาพบเห็นประเพณีโบราณหลายอย่าง บางอย่างก็ดูทารุณโหดร้าย บางอย่างก็สกปรก บางอย่างล้าสมัยแบ่งชนชั้นเหยียดหยามกัน นึกตำหนิอยู่ในใจ เมื่อได้เที่ยวมาถึงพุทธคยา ได้มาชมประเพณีเวียนเทียนวันวิสาขบูชาที่ เจดีย์พุทธคยา ได้เห็นประชาชนเวียนเทียนกราบไหว้ต้นโพธิ์ที พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยประทับนั่งตรัสรู้ก็นึกตำหนิในใจว่า ประชาชนพวกนี้โง่มากขาดกราบไหว้ต้นไม้ได้ ครั้นสอบถามได้รับคำตอบว่าเป็นต้นโพธิ์ที่ประทับนั่งตรัสรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะในครั้งแรกทำให้เกิดศาสนาพุทธขึ้น ฝรั่งผู้นี้ก็นึกในใจว่าเรื่องเจ้าชายสิทธัตถะเป็นเพียงนิยายที่แต่งขึ้นมาให้นับถือเท่านั้นไม่ใช่เรื่องจริง นึกเหยียดหยามชาวพุทธอยู่ในใจว่าโง่เง่างมงาย แต่ไม่พูดอะไรกลัวมีเรื่อง

 

ครั้นกลับที่พักแล้วตอนดึกของคืนนั้นนอนหลับฝันไปว่าตนเองได้ย้อนกลับมาที่พุทธคยานี้อีก แต่เห็นสถานที่เป็นป่าแปลกตาออกไป เห็นต้นโพธิ์ใหญ่มีพระนั่งอยู่องค์หนึ่งมีรัศมีงดงาม จึงได้เข้าไปถามว่าท่านเป็นใคร มานั่งที่นี่ทำไม ได้รับคำตอบว่าเราชื่อพระสิทธัตถะ สละราชสมบัติมาบวชและได้เคยมานั่งค้นคว้าพระธรรมที่นี่จนได้ตรัสรู้ ฝรั่งสงสัยจึงย้อนถามว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีจริงหรือ ทรงตอบว่าใช่ เจ้าชายสิทธัตถะมีจริง ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริง ณ โคนต้นโพธิ์นี้เป็นที่แรกตรัสรู้ของเรา ท่านไม่เชื่อเพราะไม่เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อนเลย ท่านเก่งทางวิทยาศาสตร์แต่ท่านไม่ได้เก่งเรื่องธรรมะ ถ้าท่านได้ศึกษาธรรมะท่านก็จะรู้ได้ และจะไม่ไปตำหนิคนอื่นเขาอย่างนี้อีก สิ่งใดที่เราไม่เคยเรียนไม่เคยรู้ไม่เคยค้นคว้าศึกษามาก่อน แล้วจะไปว่าคนที่เขาศึกษาค้นคว้าโง่เง่าอะไรนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้าท่านได้ศึกษาแล้วพิสูจน์แล้วหากปรากฏว่าเหลวไหลไร้สาระจริงจึงประณามก็สมควรทำ ท่านไม่ศึกษาเลยแล้วมาประณามเช่นนี้เป็นสิ่งไม่ควรทำ เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม อาจผิดพลาดได้ ในฝันของฝรั่งคิดในใจว่าถ้าตนเอากล้องถ่ายรูปมาจะถ่ายภาพพระสิทธัตถะองค์นี้ออกอวดชาวโลกว่าเจ้าชายสิทธัตถะมีจริง จะได้แก้ข้อสงสัยของชาวโลกได้ แต่ในฝันตนลืมกล้องถ่ายรูปไป ได้สนทนาได้รับคำตอบที่ถูกใจมากจนลากลับและได้ตื่นขึ้นในตอนเช้า

 

ครั้นตื่นแล้วติดใจในความฝัน ลุกขึ้นมาค้นหากล้องถ่ายรูปคิดว่าจะไปถ่ายรูปนี้มาให้ได้ ครั้นอาบน้ำรับประทานอาหารแล้วได้ไปซื้อฟิล์มมาใหม่1 ม้วน ใส่กล้องออกเดินทางมาที่พุทธคยานี้อีกครั้ง ตั้งต้นถ่ายรูปไปทีละฟิล์มรอบต้นโพธิ์ นึกในใจว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีจริงหรือ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริงหรือ นั่งตรงไหนจึงได้ตรัสรู้ ถ้าจริงขอให้ติดสักภาพเถิดจะได้ไปอวดเขาได้ว่าพระสิทธัตถะมีจริง ได้ถ่ายรอบต้นโพธิ์ทุกแง่ทุกมุมเสร็จแล้วถอดฟิล์มให้ช่างล้างให้ ปรากฏว่าได้มาภาพเดียวคือภาพนี้ ภาพที่ถ่ายมาด้วยกันไม่ติดอะไรเลยแม้กระทั่งต้นหญ้า ทั้งนี้เพราะฝรั่งตั้งใจขอภาพเดียวจึงได้ภาพเดียว

 

ครั้นได้แล้วก็ดีใจกลับประเทศของตน อวดลูกอวดเมียก็ไม่เชื่อ อวดใครก็ไม่เชื่อ ซ้ำยังถูกว่าโง่เง่าเชื่อในสิ่งเหลวไหลอีก จึงได้เก็บใส่กระเป๋าคงอยู่ในอัลบั้มอย่างนั้นไม่ได้อวดใครอีกต่อไป ฝรั่งผู้นี้ไม่รู้ว่าการปิดภาพบุคคลที่ทำบุญบารมีมาเพื่อโปรดสัตว์ ทำบารมีมามากมายหลายร้อยหลายพันชาติจนได้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกได้จริงเช่นนี้เป็นบาป อย่างน้อยที่สุดใส่กรอบแขวนไว้ข้างฝาก็จะพ้นบาป ไม่ผิดสัจจะที่ขอมาว่าจะให้ชาวโลกเขาดู เมื่อผิดสัจจะอย่างนี้ฝรั่งผู้นี้จึงประสบวิกฤติส่วนตัวชีวิตผกผวนอย่างมากผิดหวังในชีวิตหลายอย่างจนรู้สึกสิ้นหวัง ได้คิดถึงคำสอนของพระสิทธัตถะที่ว่าให้ทดลองศึกษาธรรมะดูบ้าง เพราะวิทยาศาสตร์ศึกษาจนจบแล้ว ได้ตันสินใจหิ้วกระเป๋าใบเก่ากลับมาขอบวชอยู่ที่วัดพุทธคยา เมื่อคนไทยไปเที่ยวคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ได้ไปสนทนากับท่าน ถามท่านว่ามีเหตุอะไรจึงได้มาบวช ท่านได้เล่าให้ฟังโดยตลอดและได้นำภาพนี้มาอวดอีก คนไทยได้อ้อนวอนขอท่านมาเมื่อมาถึงเมืองไทยก็ได้อัดแจกกันตามประสาชาวพุทธ 

 

ถ้าท่านได้อ่านจบลง ขอความเป็นสิริมงคลจงบังเกิดแก่ครอบครัวและเหลาญาติมิตรของท่านตลอดไปด้วยเทอญ 

 

ขอน้อมบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0