6 เดือนจากนี้ สาหัส !!!

6 เดือนจากนี้ สาหัส !!!

6เดือนจากนี้สาหัส!

6 หลังหลังจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัสของคนไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำหนักขึ้น ทั้งเรื่องวัคซีน ปากท้อง คนตกงาน อาชญากรรม การฆ่าตัวตายจะตามมามากมาย รับรองได้เลย

ศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 11.00 น.

ขณะนั่งพิมพ์ต้นฉบับอยู่! เป็นวันที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังอภิปรายกันเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ของ “รัฐบาลVERY กู้” ซึ่งเป็นการกู้เงินแบบฉุกเฉินนอกงบประมาณรายจ่ายประจำปี

เนื่องจากฐานะการเงินการคลังของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังย่ำแย่เต็มทน! เศรษฐกิจซบเซาหนักทั่วประเทศ รัฐจัดเก็บรายได้ (ภาษี) พลาดเป้าไปเยอะ จึงต้องเร่งกู้เงินมาใช้จ่ายแบบฉุกเฉินก่อน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เมื่อเดือน เม.ย. 63 แต่ปัจจุบันใช้จ่ายเกือบหมดแล้ว ทั้งที่ยังเหลืออีกกว่า 3 เดือนจึงจะสิ้นปีงบประมาณ 64 แต่เงินในคลังร่อยหรอเต็มทน หันไปหันมาจึงต้องกู้ฉุกเฉินอีก 5 แสนล้านบาท

ในขณะที่งบประมาณรายจ่ายปี 65 จัดแบบขาดดุลเต็มเพดาน 700,000 ล้านบาท เหตุผลเพราะรัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวภายในสิ้นปี 64 ปัญหาการจัดเก็บภาษีหลุดเป้าไปมากของ 3 กรมจัดเก็บรายได้ ยังคงเกิดขึ้นแน่นอน

โดยมีสัญญาณจาก “จีดีพี” ไตรมาสแรกปี 64 ติดลบ 2.6% และไตรมาส 2 ถึงแม้ยังไม่ประกาศออกมา แต่มีแนวโน้ม “สาหัส” กว่าไตรมาสแรก เพราะเจอผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบที่ 3 เข้าไปแบบเต็ม ๆ เห็นได้จากผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในครึ่งแรกของปีงบประมาณ 64 ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

คือจัดเก็บรายได้ที่ 1.01 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 122,545 ล้านบาท หรือ 10.7% โดยยอดจัดเก็บติดลบลงทุกรายการ โดยเฉพาะจาก 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร คาดว่าการจัดเก็บรายได้ทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าหมายซึ่งอาจสูงถึง 200,000 ล้านบาท

“พยัคฆ์น้อย” คุยกับนักการเงินการคลังหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า 6 เดือนหลัง (ก.ค.-ธ.ค.) เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัสของคนไทย เนื่องจากคนชั้นกลางขยับลงมาเป็นคนจน คนจนอยู่แล้วยิ่งจนมากขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำหนักขึ้น ทั้งเรื่องวัคซีน เศรษฐกิจปากท้อง คนตกงาน ยาเสพติด อาชญากรรม การฆ่าตัวตายจะตามมามากมาย

ชัด ๆ เลยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องจับมือกับกระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทที่ทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ เปิด “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อ” เพื่อช่วยเจรจาหาทางออกให้กับประชาชนที่มีปัญหาหนี้เสีย-ถูกยึดรถ-ขายทอดตลาด

ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่รีบลงมาทำงานนี้ จะมีรถยนต์ถูกยึดเพราะขาดส่งค่างวดเป็นจำนวนมาก เมื่อยึดรถมาแล้วชาวบ้านไม่มีพาหนะออกไปทำมาหากิน ปัญหาจะลามเป็นงูกินหาง กลายเป็น “หนี้เสีย-หนี้เน่า” ของสถาบันการเงิน

เนื่องจาก “เอสเอ็มอี” และชาวบ้านขอกู้เงินแบบฉุกเฉินเหมือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้! ถ้าชาวบ้านจะกู้ฉุกเฉินก็ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหด เมื่อถึงเวลาไม่มีจ่ายดอกเบี้ยก็ต้องถูกทุบตีทำร้ายร่างกาย

ใครคิดจะ “พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” ช่วง 6 เดือนหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย! ยกเว้น “เจ้าสัว” มหาเศรษฐีไม่กี่ตระกูลที่ยังมีเงินไปตระเวนซื้อโรงแรมราคาถูกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชนิดที่เจ้าของเดิมไม่มีอำนาจการเจรจาต่อรองมากนัก

จึงไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากบรรดา “เจ้าสัว” เหมือนที่เคยทำเมื่อปี 63 อีกหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลสร้างภาระหนี้สินสาธารณะไว้บาน! ไม่ต้องพูดถึงวินัยการเงินการคลัง ซึ่งพังป่นปี้ไปหมดแล้ว

“รัฐบาลVERYกู้” กู้แล้วกู้อีก! กู้มาแจกเหมือนให้เศษให้เลยชาวบ้าน ครั้งละ 2,000-3,000 บาท กู้มาจนรัฐบาลหนี้ท่วมตัว ส่วนประชาชนก็โชกเลือดเพราะหนี้ท่วมครัวเรือนเช่นกัน เพราะมีพล.อ.ประยุทธ์เป็นแบบอย่างในการสร้างหนี้!!.

---------------
พยัคฆ์น้อย

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/848862

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2

4 ความเห็น

 
ICT

https://bangkok-today.com/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%...

 

ดีแต่บ่นคนอื่น

 ดีแต่บ่นคนอื่น

นาน ๆ สังคมไทยจะมีโอกาสชมคำพูดคำจาของ คนชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สักครั้งหนึ่ง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็ต้องขอขยายความกันหน่อย

ในสังคมโซเชี่ยลออนไลน์ ถึงกับบอกว่า นี่เป็นการพูดที่ฟังแล้วถูกใจครั้งแรกในรอบ 7 ปี

ไม่รู้ว่า เพราะที่ผ่านมา ฟังกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เนื่องจากสไตล์พูดเฉพาะตัวหรือไม่ หรือเพราะที่ผ่านมา การพูดจาที่มีหลักมีเกณฑ์จริงๆ ไม่ใช่ไม้หลักปักขี้เลนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่เอาเป็นว่าครั้งนี้ กรณีของ สิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และประธานกรรมาธิการ กฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่นำตัว นายไชย์พล วิภา ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ที่อยู่ระหว่างประกันตัวชั้นศาล พร้อมทนายความมาแถลงข่าวที่รัฐสภา

จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

ครั้งนี้จึงเกิดคำพูดจาก พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ไม่รู้ที่รัฐสภาทำอะไรได้บ้าง เมื่อกี้ก็เอาผู้ต้องหามาแถลงสู้คดีอยู่ข้างล่าง ใต้ถุนสภา”

เป็นการพูดในสภา หลังจากที่เอ่ยปากเรียกร้องการให้เกียรติตนเองบ้าง เพราะเป็นถึงนายกฯ เป็นถึงรัฐมนตรีกลาโหม แต่คนในสภากลับไม่ให้เกียรติ

ระบุถึงขั้นว่าต้องอดทนฟังเป็นอย่างมากที่ถูกว่าถูกขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมาให้ลาออกไปได้แล้ว

หลายคนรู้สึกว่า นี่เหมือนกับการขู่สภา ขู่นักการเมืองกลายๆว่า นี่อดทนมากแล้วนะ หรือเปล่า

ดังนั้นคำพูดที่เกิดขึ้นในระหว่างที่อารมณ์กำลังคุกรุ่นกับการที่โดนนักการเมืองในสภาเล่นงานนั้น จะใช่เป็นการเหน็บแนมรัฐสภาตามสไตล์ประยุทธ์หรือไม่ก็ไม่รู้

บังเอิญคนฟังไม่อยากจะคิดให้มาก เลยมองแค่ว่า ก็ยังดีที่รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะ

แต่ปัญหาดันอยู่ตรงที่คนที่ทำไม่เหมาะนั้น กลายเป็นคนพรรครัฐบาล กลายเป็นคนที่ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์ประยุทธ์มาตลอดนี่สิ

จึงอยากจะรู้เหมือนกันว่านอกจากการบ่นแล้ว จะมีการว่ากล่าวตักเตือนสิระบ้างหรือไม่

ที่ผ่านมา บรรดาเหลาคนที่ทำอะไรไม่เหมาะสม มักวนๆเวียนๆอยู่ไม่ไกลตัวทั่นผู้นำเสียด้วยสิ

หลายคนมีคดี หลายคนถูกกล่าวหาไม่ได้แตกต่างไปจากนายไชย์พล ที่โดนคดีอยู่ในเวลานี้

หากความหมายของการไม่เหมาะสม คือการเอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวที่รัฐสภา แล้วกรณีที่เอาคนที่มีคดี เอาคนที่ถูกกล่าวหา เอาคนที่มีสีเทา เอาคนที่กลับกลอกตระบัดสัตย์มาอยู่ในแวดวงรัฐบาลเต็มไปหมดล่ะ

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สนใจบ้างเลยหรือ

ตราบใดที่ต้นแบบ ยังไม่รู้จักแยกแยะ ยังปล่อยให้มีการดูดทางการเมืองเกิดขึ้นโดยไม่สนใจว่าจะได้คนมีคดี ได้ผู้ต้องหา หรือได้ขยะการเมืองที่น่าขยะแขยงเข้ามา

ก็ป่วยการที่จะเอาแต่บ่นคนอื่น

อัคคี กัมปนาท

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    4
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2112362

ไม่ขลังเหมือนเดิม

11 มิ.ย. 2564 05:06 น.

กรณีอื้อฉาว ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในสภาฯ ถูกหมกเป็นไข่เยี่ยวม้ามาแล้ว 1 ปี กับ 3 เดือน ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิด ส.ส.พรรครัฐบาล 4 คน ส่วน ส.ส.อีก 4 คนหลุดพ้นข้อหาไป

ผู้ที่โดน ป.ป.ช.เช็กบิลคดีเสียบบัตรแทนกันทั้ง 4 คน ได้แก่ “นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย “นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย “นายภูมิศิษฐ์ คงมี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ “น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กทม.

เนื่องจากมีหลักฐานว่า ส.ส.ทั้ง 4 คน ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาฯ แต่มี “มือผี” แอบเสียบบัตรลงคะแนนแทนตัวเอง เรียกว่า ตัวไม่อยู่ แต่คะแนนอยู่ เพราะฝากบัตรให้คนอื่นเสียบแทน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าความผิดข้อหาเสียบบัตรแทนกัน ถือเป็นมหันตโทษของนักการเมือง เพราะความผิดกระทงเดียว ต้องโดนลงโทษ 2 เด้งทูอินวัน!!

เด้งที่หนึ่ง ความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ป.ป.ช.มีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองโดยตรง

ถ้าศาลฎีกาตัดสินลงโทษ ต้องหลุดจากตำแหน่ง ส.ส.และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี!!

เด้งที่สอง ความผิดฐานเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ป.ป.ช.จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เป็นคดีอาญาอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 20 ปี

โทษฐานเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในสภาฯ หนักพอๆกับความผิดฐานฆ่าคนตาย!!

“แม่ลูกจันทร์” สังเกตว่าช่วงนี้... “ป.ป.ช.” จัดหนักแต่ละดอกรัฐบาล “นายกฯลุงตู่” สั่นสะเทือนทุกที

ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. เพิ่งลงมติเอกฉันท์สั่งฟ้อง “นายวิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล คดีทุจริตงบสร้างสนามฟุตซอล รวม 7 สำนวนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เป็นข่าวฝีหัวช้างแตกแหกกระจาย!

เพราะการที่ นายวิรัช ประธานวิปรัฐบาล ขุนพลใหญ่คู่ใจ ลุงป้อม โดน ป.ป.ช.เช็กบิล ทำให้บรรดาเด็ก สายตรง “ลุงป้อม” ไข้ขึ้นเหมือนโดนฉีดวัคซีนไปตามๆกัน

เพราะมั่นใจว่า “บารมีหลวงพ่อป้อม” จะปกป้องคุ้มครองเด็กในคาถาให้รอดปากเหยี่ยวปากกาทั้งหนักทั้งเบา หรือว่า...หลวงพ่อป้อม ไม่ขลังเหมือนเดิม?? อย่าว่าแต่หลวงพ่อป้อมเลย ขนาดหลวงพ่อตู่ก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน

เมื่อวานซืน ที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติ 8 ต่อ 0 แจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกรัฐมนตรี กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และแจ้งให้ พล.อ.ปรีชา นำหลักฐานมายืนยันหักล้างข้อกล่าวหา ป.ป.ช.

พล.อ.ปรีชา จะแก้หลุด? หรือแก้ไม่หลุด? ยังต้องลุ้นกันยาวๆ ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่กระเทือนซางรัฐบาลนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
big60

ก็ไม่มีอะไร แค่ถึงเวลาประชุมเพลิงเท่านั้นเอง ยังไงก็ต้องมาถึงวันนี้อยู่แล้ว ต่อให้ต้องมีการเชิญทอดผ้า อ่านประวัติ หรือยืนไว้อาลัย มันก็แค่ยืดเวลาเผาเท่านั้นเอง ก็ตายแล้ว ยังไงก็ต้องเผา

...

แต่ว่าที่ตาย ดันเป็นประเทศ ผลกระทบมันเลยมหาศาลเกินกว่าที่ไครจะหลับตานึกได้ ไม่รู้จะมีคนโดดตึกตาย โดดน้ำตาย ผูกคอตาย รมควันตายอีกเท่าไหร่ เป็นที่น่าสลดสังเวชใจไปทั่วโลก

...

ไม่ว่าจะพูดยังไง ก็พูดไป แต่ความเป็นจริงมันต้องลงตรงนี้อยู่แล้ว ก็เหตุที่ทำมันเพื่อให้ถึงวันนี้ มันไม่ถึงก็ไม่รู้จะทำยังไง มันไม่มีทางอื่นให้ไปได้ อาจจะบอกว่าพูดจนเกินไป ก็คอยดูเอาเองก็ได้

...

ความจริงที่เกิดตามมาจากการกระทำ มันเกิดตามเหตุที่ทำ ไม่ใช่เกิดตามคำพูดของไคร ต่อให้พูดหรูแค่ใหน คนพูดก็แค่พูดตามที่อยากพูด แต่ถ้าเหตุที่ทำคือให้มันพัง ยังไงมันก็พังอยู่ดี

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
3 ส

 คนไทย

เปื่อยสุด ๆ

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    3